Sunday, September 19, 2010

ปลูกผักบุ้ง morning glory

ซื้อเม็ดผักบุ้งมาปลูกในกะละมังซักผ้า

เอาดินที่ผสมสำเร็จถุงละ 20 บาท ใส่กะละมัง โรยเม็ดผักบุ้ง รดน้ำชุ่ม ๆ ไม่แฉะ ประมาณ 2 วัน เม็ดเริ่มงอก ลงทุนน้อยมาก ได้กินผักบุ้งปลอดสารด้วย

Sunday, July 18, 2010

โมโรเฮยะ

โมโรเฮยะ เป็นพืชเมืองร้อน แต่เดิมเป็นพืชป่า รู้จักกันดีตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเฉพาะในประเทศอียิปต์ ถือเป็นผักที่เสริมสุขภาพ ได้มีผู้ขนานนามว่า ผักชาวัง ปอโมโรเฮยะ เป็นปอกระเจากินใบ มีลักษณะคล้ายปอกระเจาฝักขาว แต่มีขนาดใบ ดอก และเมล็ดเล็กว่าพันธุ์ปอกระเจา ที่ปลูกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะทั่วไป ลำต้นและใบมีสีแดง แตกกิ่งมาก ไม่มีหนาม สูงประมาณ 1-2 เมตร ใบสีเขียว ยาวรีคล้ายใบพู่ระหง ออกดอกเมื่ออายุ 70-80 วัน เจริญเติบโตเร็วและแตกกิ่งมากกว่าปอกระเจาพันธุ์อื่น โดยเฉพาะในดินร่วนปนทราย ดินร่วนเหนียว และดินในภาคตะวันออก เฉียงเหนือ

ศูนย์วิจัยพืชไร่ขอนแก่น สถาบันวิจัยพืชไร่ กรมวิชาการเกษตร ได้ทำการสำรวจและศึกษาการผลิตใบปอโมโรเฮยะของ เกษตรกรที่อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ได้รับการชี้แจงเกี่ยวกับสรรพคุณจาก นายไกรเลิศ ทวีกุล ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานบ้านไผ่ ระบุว่าปอโมโรเฮยะ มีสรรพคุณช่วย ชะลอความชรา มีผลยับยั้งมะเร็ง แก้โรคเบาหวาน แก้ท้องผูก รักษาโรคกระเพาะลำไส้ ความดันโลหิตสูง โรคภูมิแพ้ โรคโลหิตจาง บรรเทาอาการอ่อนเพลีย กินเป็นประจำจะช่วยผิวสวย คุณสมบัติพิเศษอีกประการหนึ่ง คือ มีสรรพคุณเหมือนกับยาโด๊ปยี่ห้อดัง นับว่า เป็นผักเสริมสร้างสุขภาพ นิยมนำมาบริโภคโดยปรุงเป็นซุปต่าง ๆ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น นำไปปลูกและศึกษาจนพบว่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูง

การปลูกและการดูแลรักษา ไม่ค่อยยุ่งยากอะไร หลังจากไถดินและกำจัดวัชพืชแล้ว ให้ยกแปลงกว้าง 1.2 เมตร สูง 6-10 เซนติเมตร ยาวตามพื้นที่ ใส่ปุ๋ยกระดองปูรองพื้นก่อนปลูกอัตรา 1 กิโลกรัม/ตารางเมตร หลุมปลูกลึกประมาณ 1 นิ้ว ระยะปลูกระหว่างต้น 30-50 เซนติเมตร ระยะระหว่างแถว 70 เซนติเมตร หยอดเมล็ดหลุมละ 5-7 เมล็ด กลบหลุมบาง ๆ ประมาณ 1-2 เซนติเมตร เมื่อเมล็ดงอกโรยยากันรา ป้องกันโรครากเน่า เมื่อมีใบจริงออกมา 5-10 ใบ ถอนแยกให้เหลือหลุมละ 3 ต้น เมื่อเห็นว่าต้นมีความแข็งแรงดีแล้ว หรือเมื่อมีความสูงประมาณ 20-30 เซนติเมตรให้ถอนอีกครั้งเหลือหลุมละ 1 ต้น ในช่วงที่มีใบจริง 5-6 ใบ ควรใส่ปุ ยไนโตรเจนเพื่อเร่งให้ มีการเจริญเติบโตทางลำต้นและใบ เมื่อมีความสูง 50-60 เซนติเมตร ให้ตัดยอดลงมาประมาณ 15- 20 เซนติเมตร เพื่อกระตุ้นให้แตกกิ่งแขนงด้าน ข้าง รวมทั้งควรกำจัดวัชพืชและใส่ปุ๋ยกระดองปู-ปุ๋ยเคมี เร่งอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้การเจริญเติบโตทาง ลำต้นและใบ

การตัดแต่งกิ่ง เนื่องจากปอชนิดนี้เป็น พืชปีเดียว การตัดแต่งกิ่งควรเริ่มตั้งแต่ช่วงอายุ 2 เดือนไปจนถึงการปลูกรอบใหม่ จะทำให้ใบสดงอกงามและเก็บผลผลิตได้มากขึ้น การเก็บห่างกันประมาณ 2 เดือน รอบหนึ่งจะเก็บได้ 4 ครั้ง โดยเก็บใบได้ 3 วิธี คือ 1. เก็บใบสดจากลำต้น 2. ตัดกิ่งหรือลำต้นแล้วเก็บใบสด และ 3. ตัดกิ่งและลำต้นแล้วเก็บใบสด สำหรับวิธีที่ง่ายที่สุดคือวิธีที่ 2 โดยเมื่อเก็บใบสด 1 กิโลกรัมนำมาตากแดดประมาณ 1-2 วัน จะได้ใบตากแห้งหนัก 200 กรัม ใบสด 7 ต้น จะได้ใบสด 1 กิโลกรัมขายได้กิโลกรัมละ 30 บาท พื้นที่ 1 ไร่ ปลูกได้ 4,600 ต้น เมื่อเก็บใบสดจะได้ 657 กิโลกรัม คิดเป็นเงิน 19,700 บาทต่อไร่

การทำชาปอ เมื่อเก็บใบสดแล้ว นำไปล้างน้ำสะอาด 2-3 ครั้งแล้วนำมาผึ่งในตะแกรงให้แห้งพอหมาด ๆ จากนั้นนำใบปอมาวางซ้อนกันพอประมาณ หั่นใบปอให้มีขนาด 1-2 เซนติเมตร นำไปคั่วในกระทะใช้มือนวดใบปอแรงด้วยไฟอ่อน เพื่อให้เซลล์ ใบปอแตกจนใบแห้งกรอบโดยใช้เวลาประมาณ 45 นาที หากมีเครื่องอบให้อบอุณหภูมิที่ 70 องศาเซลเซียส ภายใน 1 ชั่วโมงแล้วทิ้งไว้ให้เย็น จากนั้นบรรจุถุงปิดผนึกจะสามารถเก็บไว้ได้นาน ข้อควรระวัง หากคั่วใบปอในกระทะให้ระวังอย่าให้ไหม้ และอย่าคั่วครั้งละมาก ๆ รวมทั้งในช่วงที่ปลูกอย่าฉีดพ่นสารเคมีโดยเด็ดขาด

Thursday, October 29, 2009

มะเขือเปราะ

มะเขือเปราะ (Yellow berried nightshade หรือ Kantakari ในประเทศอินเดีย)
ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Solanum xanthocarpum Schrad. & Wendl.
วงศ์ Solanaceae
มะเขือ เปราะเป็นพืชผักที่กินผล มีชื่อเรียกอื่นๆ ดังนี้ มะเขือขื่น มะเขือเสวย (ภาคกลาง) มะเขือขันคำ มะเขือคางกบ มะเขือดำ มะเขือแจ้ มะเขือจาน มะเขือแจ้ดิน (เหนือ) เขือพา เขือหิน (ใต้) มั่งคอเก (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) มะเขือหืน (ภาคอีสาน)
ต้นมะเขือเปราะมีลักษณะเป็นไม้พุ่มสูง 2-4 ฟุต มีอายุอยู่ได้หลายฤดูกาล มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศอินเดีย

ใบ
มีขนาดใหญ่ เรียงตัวแบบสลับ
ดอกมีขนาดใหญ่ สีม่วงหรือสีขาว เป็นดอกเดี่ยว
ผลมีรูปร่างกลมแบนหรือรูปไข่ อาจมีสีขาว เขียว เหลือง ม่วง ขึ้นอยู่กับพันธุ์ ผลเมื่อแก่มีสีเหลือง เนื้อในผลสีเขียวเป็นเมือก มีรสขื่น

ประเทศไทยเราจะกินผลสีเขียวเป็นอาหาร ทั้งกินดิบจิ้มน้ำพริก ใส่แกงป่า แกงเผ็ด และอื่นๆ แต่ที่อินเดียใช้ผลเป็นยา

ส่วนทวีปอื่นๆ เลือกกินมะเขือยาวหรือมะเขือม่วงเป็นอาหารมากกว่ามะเขือเปราะ
ขอเสนอคุณค่าทางโภชนาการของมะเขือยาวปรุงสุก 1 ถ้วย (100 กรัม) เนื่องจากเป็นพืชตระกูลเดียวกันข้อมูลโภชนาการใกล้เคียงกัน



การแพทย์อายุรเวทของอินเดียใช้รากมะเขือเปราะ รักษาอาการไอ หอบหืด อาการหลอดลมอักเสบ ขับปัสสาวะ และขับลม

ผลใช้ขับพยาธิ ลดไข้ ลดอักเสบ ช่วยการขับถ่าย ช่วยย่อยอาหาร และกระตุ้นทางเพศ
ประชากรในแคว้นโอริสสา ของประเทศอินเดียใช้น้ำต้มผลมะเขือเปราะรักษาโรคเบาหวาน
งาน วิจัยนานาชาติระหว่างปี พ.ศ.2510-2538 พบว่าผลมะเขือเปราะมีฤทธิ์ลดการบีบตัวกล้ามเนื้อเรียบ ต้านมะเร็ง บำรุงหัวใจ และลดความดันเลือด

ผลมะเขือเปราะมีไกลโคอัลคาลอยด์โซลามา ร์จีน โซลาโซนีน และอัลคาลอยด์โซลาโซดีนที่ปราศจากโมเลกุลน้ำตาล การทดสอบฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็งของสารเหล่านี้พบว่า ทุกตัวมีฤทธิ์ต้านการเจริญของเซลล์มะเร็งตับและลำไส้ใหญ่

พบว่า ฤทธิ์ของไกลโคอัลคาลอยด์สูงกว่าโมเลกุลไร้น้ำตาล ราก ต้นและผลแก่มีสารอัลคาลอยด์เหล่านี้ต่ำ แต่ผลเขียว (เหมือนที่คนไทยกิน) มีสารที่มีประโยชน์เหล่านี้ในปริมาณสูงกว่าส่วนอื่นของพืชดังกล่าว

สารโซลาโซดีนใช้เป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์สเตียรอยด์คอร์ติโซนและฮอร์โมนเพศได้
ผลตากแห้งบดเป็นผงผสมน้ำผึ้งใช้ปรุงยาแก้ไอ

งาน วิจัยที่แคว้นโอริสสา ประเทศอินเดีย ใช้สารสกัดน้ำของผลมะเขือเปราะลดปริมาณน้ำตาลในเลือดของหนูเบาหวานอะล็อกซาน พบว่าได้ผลลดน้ำตาลในเลือดดีเท่ากับการใช้ยากลิเบนคลาไมด์ (glibenclamide)

การทดสอบเพิ่มเติมพบว่า สารสกัดดังกล่าวออกฤทธิ์คล้ายอินซูลิน โดยช่วยเสริมการใช้งานกลูโคสอย่างมีประสิทธิภาพ และมีผลเชิงบวกต่อการทำงานของตับอ่อน สารสกัดน้ำของผลมะเขือเปราะไม่มีพิษต่อสัตว์ทดลองแต่อย่างใด

Monday, September 28, 2009

มะเขือเปราะ

ใน บ้านเรามีพืชผักสมุนไพรหลายอย่างที่ช่วยชูรสอาหาร อีกทั้งยังให้ประโยชน์แก่ร่างกายมากอีกด้วยอย่าง "มะเขือเปราะ" ก็เป็นมะเขืออีกชนิดหนึ่งที่เรานิยมนำมาประกอบในอาหาร ไม่ว่าจะเป็นแกงเขียวหวาน แกงป่า หรือบางคนก็นิยมกินสดๆ จิ้มน้ำพริก หรือใส่ในยำต่างๆ ก็ได้รสอร่อยเช่นกัน ดังนั้นจึงไม่สมควรปล่อยให้มะเขือเปราะต้องวางทิ้งอยู่ข้างจานอีกต่อไป

สำหรับ ประโยชน์มะเขือเปราะนั้นก็มีมากทีเดียว โดยในอินเดียจะนำมะเขือเปราะมาทำเป็นยา โดยผลมะเขือเปราะนั้นจะช่วยขับพยาธิ ลดการอักเสบ ช่วยย่อยอาหาร และช่วยในการขับถ่าย

อีก ทั้งยังมีงานวิจัยที่พบว่าผลมะเขือเปราะมีฤทธิ์ลดการบีบตัวกล้ามเนื้อเรียบ ต้านมะเร็ง บำรุงหัวใจ และลดความดันเลือด และยังลดปริมาณน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานได้อีกด้วย

โดยสาร สกัดจากมะเขือเปราะนั้นจะออกฤทธิ์คล้ายอินซูลิน ช่วยเสริมการใช้งานกลูโคสอย่างมีประสิทธิภาพ และมีผลเชิงบวกต่อการทำงานของตับอ่อน นอกจากนั้นยังมีวิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และ วิตามินซีด้วย เรามาปลูกมะเขือเปราะ ไว้รับประทานกันเถอะครับ

Wednesday, September 23, 2009

ปลูกมะเขือเปราะ

ทดลองปลูกมะเขือเปราะ เพราะดูแล้วเป็นผักที่ทนดี สำต้นแข็งหน่อย ตอนนี้ปลูกมาได้ 1 เดือน หลังห้องพัก รดน้ำบ้างไม่ได้รดบ้าง ก็ไม่ตาย ทนดีมาก ๆ ถ้าออกดอกหรือมีลูกเมื่อไร จะถ่่ายรูปมาให้ดุกันครับ

Saturday, August 1, 2009

การทำน้ำลูกเดือย แก้ร้อนใน


ส่วนผสม
1.ลูกเดือยต้มสุก 4 ถ้วยตวง
2.น้ำเปล่า 10 ถ้วยตวง
3.น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง
4.เกลือป่น 1 ช้อนชา


วิธีทำ

1.ลูกเดือยต้มสุกผสมกับน้ำ ต้มให้เปื่อยแล้วยกลง พักไว้ให้เย็น

2.นำมาปั่นให้ละเอียด

3.ผสมน้ำตาลทราย เกลือ คนให้ละลายเข้ากัน นำไปตั้งไฟพอเดือดแล้วก็ยกลง

Saturday, July 25, 2009

ผัก คุณค่ามหัศจรรย์

ผักเป็นอาหารที่นักวิชาการด้านโภชนาการส่งเสริมให้คนเราบริโภค โดยแนะนำให้กินทั้งเป็นผักดิบและผักสุก เป็นอาหารประเภทเดียวที่นักวิชาการด้านโภชนาการแนะนำให้บริโภคได้ตามต้องการ โดยไม่ต้องควบคุมปริมาณ เพราะการกินผักไม่ทำให้ได้รับพลังงานมากจนเกินไปจนส่งผลเสียต่อสุขภาพ ทั้งนี้เพราะในผักอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ ตลอดจนสารที่ไม่ใช้สารอาหาร แต่มีประโยชน์มากต่อสุขภาพร่างกาย อีกทั้งในประเทศไทยเราก็อุดมด้วยผักนานาชนิด ทั้งผักสีเขียว ผักสีเหลือง และผักที่มีสีส้มแดง มีให้เลือกบริโภคทุกฤดูกาล และราคาก็ไม่แพงด้วย

ในผักมีสารอาหารต่างๆ คือ วิตามินซี ( มีเฉพาะผักสด ) วิตามินเอ วิตามินอี มีธาตุต่างๆ ได้แก่ เหล็ก แคลเซียม โพแทสเซียม โซเดียม เป็นต้น นอกจากนี้ในผักยังมีสารต่างๆ ที่ไม่ใช่สารอาหาร เช่น เบต้า - แคโรทีน ซึ่งเมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ สารแซนโธฟิลล์ซึ่งมีสรรพคุณการลดความเสี่ยงจากต้อกระจกที่เกิดจากความเสื่อม และแสงแดด เส้นใยอาหารช่วยป้องกันมะเร็งสำไส้ใหญ่ สารไลโคปีนช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นต้น

เส้นใยอาหารในผักเป็นเรื่องที่มีการกล่าวถึงประโยชน์อย่างมากซึ่งมีมากในผัก ทำหน้าที่ช่วยปัดกวาดลำไส้ของเราไม่ให้กากอาหารหรือสารพิษตกค้างอยู่ในลำไส้ นานเกินไปจนเกินอันตรายต่อร่างกายดังนั้นคนที่กินผักเป็นประจำจึงไม่ประสบ กับปัญหาท้องผูกและโรคผนังลำไส้โป่ง อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งในลำไส้ใหญ่อีกด้วย นอกจากนี้ยังพบว่าการได้รับใยอาหารเป็นประจำช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือด และช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจจากเส้นเลือดหัวใจอุดตันได้

แร่ธาตุแคลเซียมนอกจากมีคุณสมบัติในการสร้างและการเจริญเติบโตของกระดูกและ ฟันแล้ว ยังมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการส่งความรู้สึกในระบบประสาท กล้ามเนื้อ การเต้นของหัวใจ การแข็งตัวของเลือดเมื่อเกิดบาดแผล รวมทั้งการควบคุมความสมดุลของกรดและด่างในร่างกาย ซึ่งแร่ธาตุชนิดนี้พบว่ามีมากในนมและผลิตภัณฑ์นม ปลาเล็กปลาน้อยที่กินได้ทั้งกระดูก กุ้งแห้ง ปลากระป๋อง ทั้งยังพบมากในผักใบเขียวเช่นกัน
ส่วนในประเด็นของเรื่องสารตกค้างในผักก็เป็นเรื่องที่คุณแม่บ้านพ่อบ้าน กังวล ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยการล้างผักให้สะอาด ซึ่งก็มีหลากหลายวิธี ตั้งแต่ล้างผักในน้ำที่กำลังไหลดดยใช้มือล้างถูผักให้ทั่วทั้งใบให้สะอาด นอกจากนี้อาจแช่ผักในน้ำผสมน้ำส้มสายชูที่มีอยู่ในครัวสัก 5-10 นาที จากนั้นจึงนำมาล้างน้ำสะอาดซ้ำอีกครั้ง การล้างผักในน้ำผสมโซเดียมไบคาร์บอเนตหรือผงฟูก็ช่วยลดสารพิษตกค้างได้ แต่วิธีนี้อาจทำให้วิตามินบางชนิดสลายไปได้บ้าง ส่วนการล้างผักด้วยด่างทับทิมควรล้างด้างทับทิมให้หมดจากผักจริงๆ มิฉะนั้นจะเกิดผลเสียได้

Wednesday, July 22, 2009

ถั่วงอก

การเพาะถั่วงอก เพื่อรับประทาน ถือว่าเป็นอีกวิธีหนึ่งที่น่าสนใจและมีต้นทุนราคาถูกมาก เพื่อได้ผักมารับประทาน จริง ๆ ถั่วงอกก็คือเม็ดถั่วเขียวที่งอก ขึ้นมาระยะแรกก่อนแตกใบอ่อนนั่นเอง ก็เอามารับประทานกันอย่างที่เห็นทั่วไป เห็นได้ว่า การเพาะก็ไม่ได้ยาก เพาะรับประทานเอง สามารถทำไ้ด้อย่างง่าย ๆ ดังนี้

อุปกรณ์
  • ตระกร้า สี่เหลี่ยม มีขายทั่วไป
  • ทราย
  • ฝักบัวรดน้ำเล็ก
  1. วิธีการ นำทรายที่สะอาด หรือร่อนแล้วมีแต่ทรายล้วน ใส่ในตระกร้า ที่เป็นทรงงสี่เหลี่ยม คล้ายกะบะ ใส่เกือบเต็ม
  2. นำเม็ดถั่วเขียวโรย บนทราย ให้ทั่ว กะ ว่าให้กระจายเต็มหน้า และพอสำหรับรับประทาน
  3. เอาฝักบัวรดน้ำให้พอชุ่ม ไม่ต้องมากเกินไป รดน้ำวันละ 1 - 2 ครั้งก็พอ อย่าปล่อยให้แห้ง
  4. สังเกตว่าเม็ดถั่วเขียวจะค่อย ๆ งอก มีรากเล็ก ๆ ภายใน 1-2 วัน
  5. ถั่วงอกโตเต็มที่ ก็สามารถเก็บมาล้างทรายออก และนำมารับประทานได้เลย ยอ่างปลอดภัย
  6. ถ้าจะให้ดี ก่อนที่จะโรยเม็ดถั่วเขียว ก็ให้แช่น้ำไว้ก่อน 1 คืน จะทำให้การงอกเร็วขึ้น
  7. จบแล้ว

Thursday, July 16, 2009

ต้นฟักทอง

ก็มีเรื่องมาเล่าให้ฟังว่าฟักทองที่ปลูกเอาไว้ก่อนหน้านี้ ในกระถางพลาสติกสีดำ หลังจากที่ออกดอกสีเหลืองมาอย่างสวยงามหลายดอก แต่ว่าดอกมันไม่ติดผล เข้าใจว่า ไม่มีการผสมเกสรทำให้ดอกเหี่ยวและร่วงหลุดจากต้น ตอนนี้น่าจะเป็นเวลาที่ดอกเปลี่ยนเป็นผลเล็ก ๆ ให้ได้เห็นอย่างชื่นไจแล้ว แต่ก็ไม่เป็นตามที่คาดหวัง เห็นได้ว่าการปลูกผักรับประทานเองนั้น ไม่ใช้เรื่องง่าย pig pig เลย คนทั่วไปจึงไม่ค่อยได้ทำกัน เพราะผลผลิตที่ได้น้อยไม่ค้มและเสียเวลา หลายคนมีความคิดอย่างนี้ หรือไม่ขยันทำ ไม่มีเวลาบ้าง แต่ถ้าทำได้จะเป็นการประหยัดรายจ่าย หรือเป็นหนทางเพิ่มรายได้ให้เราอีกทางหนึ่ง ไม่ยอมแพ้ครับ เกือสำเร็จแล้ว ต้องวางแผนใหม่โดยศึกษาชนิดพืช ฤดูกาลที่เหมาะสม สภาพอากาศ ที่จะปลูกที่ผ่านมายอมรับว่า ได้ดูข้อมูลน้อยไป อยากปลูกอะไรก็ปลูกเลย ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ดีเท่าไร อย่าทำตามครับ.....

Sunday, June 21, 2009

ฟักทองออกดอก

เวลาผ่านไป ฟักทองที่ปลูกไว้ก็ออกดอกสีเหลืองมาให้เห็น ว่า อีกไม่นาน ก็จะมีผลฟักทองไว้รับประทาน และที่สังเกตเห็นก็คือดอกฟักทองมีวิธีการผสมเกสรอย่างฉลาด คือจะมีน้ำหวานหรือกลิ่นล่อแมลงมาที่เกสร ทำให้เกิดการผสมกันระหว่างเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมีย ในภาพจะมีมดตัวเล็ก ๆ ทยอยกันมากินน้ำหวาน ตอนนี้ก็มีอีกหลายดอกที่เริ่มออกมาให้เห็นเป็นดอกตูม ๆ
ช่วงก็รดน้ำเช้าเย็น ไม่ต้องมากนักเพราะเป็นหน้าฝน ปีนี้ฝนตกบ่อยอยู่แล้ว และใส่ปุ๋ยสูตรมาตรฐาน 16-16-16 ก็พอ ไม่ต้องใส่มา กำมือเล็ก ๆ ตั้งแต่ปลูกมาเพิ่งใส่ปุ๋ยแค่ 2 ครั้ง ต้นก็งามดีโตเร็วใบเขียว แล้วจะมาเล่าให้ฟังใหม่น่ะครับ

Monday, June 1, 2009

ความดันโลหิตสูง

สวัสดีครับ

วันนี้ขอนำเรื่องความดันโลหิตสูง มานำเสนอ ซึ่งไม่เกี่ยวกับผักเท่าไร แต่ว่า น่าจะมีส่วนช่วยได้ในเรื่องของการเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค เช่น ใครที่ชอบทานอาหารไขมันสูง เช่น Fastfood เป็นต้น ก็อาจทำให้มีคลอเลสเตอรอลสูง เป็นผลทำให้ความดันโลหิตสูงตามไปด้วย แต่ไม่ได้หมายความว่า อาหาร Fastfood ไม่ดี หรือทานไม่ได้เลย แต่ว่าเราควรต้องควบคุมปริมาณด้วยไม่เช่นนั้นก็จะมีผลไม่ดีต่อสุขภาพตามมาได้ครับ

ซึ่งโรคความดันโลหิตสูงก็ป้องกันได้ ดังนี้

การปฏิบัติต่อไปนี้สามารถช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูงได้

- การลดน้ำหนัก
น้ำหนักตัว โดยมาตรฐานแล้ว ควรจะใกล้เคียง กับความสูง วัดเป็นเซนติเมตร ลบด้วย 100 ถ้าสูง 150 เซนติเมตร ควรจะน้ำหนักใกล้ๆ กับ 50 กิโลกรัม

- การลดปริมาณเกลือในอาหาร
งดอาหารรสเค็มหรือลดการรับประทานลง

- การงดหรือลดการดื่มสุราหรือแอลกอฮอล์
ไม่ควรทานอย่างยิ่ง ทำให้เกิดโรคอื่นตามมาอีกมาก

- การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ออกกำลังกายทุกวันอย่างน้อยวันละ 30 นาที เช่น วิ่ง หรือ เดิน , ว่ายน้ำเป็นต้น

และอย่าลิมเลือกรับประทานอาหารที่สะอาด มีไขมันต่ำ ไม่ควรทานพวก อาหารทอด อาหารทะเล ไข่แดง เครื่องในสัตว์ จำพวกนี้มีไขมันสูงทั้งสิ้น ขอให้สุขภาพแข็งแรงกันทุกคนนะครับ

Sunday, May 24, 2009

ฟักทอง

สวัสดีครับ

วันนี้นำเนื้อหาเกี่ยวกับฟักทอง ซึ่งกำลังลองปลูกลงกระถางหลังผ้องผมนี่เอง ตอนนี้โตวันโตคืน ปลูกไว้ 5 ต้น ในกระถางเดียว ตามที่เคยลงรูปไปแล้ว ทีนี้มาดูข้อมูลของฟักทองพันธุ์(ดำ,คางคก)นี้กันครับ ขอขอบคุณข้อมูลจาก web กรมส่งเสริมการเกษตรครับ

ฟักทอง เป็นพืชผักที่จัดอยู่ในกลุ่มพืชตระกูลแตง (Cucurbitaceae) ซึ่งได้แก่ ฟักทอง แตงกวา แตงร้าน ฟักแฟง มะระ บวบ แตงโม แคนตาลูป ฯลฯ เป็นพืชผักที่มีราคาถูก มีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงผิวพรรณและถนอมสายตา นำมาทำอาหารได้หลายชนิด เช่น ยอดอ่อนนำมาลวกจิ้มน้ำพริก หรือใส่แกงเลียง แกงส้มเปรอะ แกงส้ม เป็นต้น เนื้อใช้ทำอาหารได้ทั้งคาว-หวาน ทั้งผัด-แกง-ขนม และใช้เป็นอาหารเสริมในเด็กเล็ก รวมทั้งดัดแปลงมาใช้โรยหน้าหรือปนในขนมต่างๆ ทำให้มีสีสันสวยงาม และมีคุณค่าทางอาหารมากยิ่งขึ้น


เนื้อฟักทองสด 100 กรัม จะมีคุณค่าทางอาหาร ดังนี้

  1. โปรตีน 1.63
  2. ไขมัน 0.2
  3. กากใย 0.88
  4. คาร์โบไฮเดรต 10.1
  5. วิตามินเอ 2,220

หน่วยสากล : พลังงาน 48.7 กิโลแคลอรี

ผู้ต้องการมีรูปร่างสวยงามควรบริโภคเป็นประจำและฟักทองยังมีวิตามินสูง ซึ่งช่วยบำรุงผิวพรรณและสายตาอีกด้วยครับ

พันธุ์พื้นเมืองหลายพันธุ์

พันธุ์ดำ เมื่อแก่เปลือกจะมีสีเขียวเข้มอมดำ เปลือกจะขรุขระเป็นปุ่มปม คล้ายผิวคางคก (บางทีก็เรียกพันธุ์คางคก) ก้นของผลยุบเข้าไปในผล ทำให้ปอกเปลือกยาก แต่เป็นพันธุ์หนักผลโต
พันธุ์น้ำตก ผิวจะไม่ค่อยขรุขระนัก ก้นของผลจะนูนออกมา ทำให้ปอกเปลือกง่าย ผลเล็กกว่าพันธุ์ดำเล็กน้อย

เนื้อเรื่อง : Klaikangwol Phetcharaburanin

Wednesday, May 20, 2009

สวัสดีครับ

วันนี้ วันที่ 20 พฤษภาคม 2552 ไขหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ยังคงมีข่าวอย่างต่อเนื่องนะครับระบาดไปถึงญี่ปุ่นแล้ว ก็ติดตามกันต่อไป สำหรับเรื่องผักกระถางที่ปลูกอยู่ขณะนี้ได้ปลูกมะเขือเพิ่มอีก จากวันก่อนเล่าเรื่องปลูกฟักทอง ซึ่งตอนนี้โตมากแล้ว จากการที่ได้ปลูกพืชเป็นประจำ เพราะชอบมากอยู่แล้วจะเห็นได้ชัดเจนว่า ฤดูฝน ผมคิดว่าแมลงและโรคน้อยมาก ๆ เมื่อเทียบกับหน้าร้อน เห็นได้ชัดว่าไม่มี เพลี้ยแป้ง ที่ทำให้ใบหงิก เพราะชอบมากินน้ำเลี้ยง ทำเกษตรกรต้องใช้ยาฆ่าแมลงฉีดอย่างหนัก ฉะนั้น การซื้อผักมารับประทานหน้าร้อน จะเสี่ยงกับการมียาปนเปื้อนมากกว่า แมลงโดยทั่วไปก็มักจะขยายพันธุ์ที่อุณหภูมิสูง ๆ อยู่แล้ว หน้าหนาวหน้าฝนก็จะหลบลงดินเป็นส่วนใหญ่ ก็ระวังการรับทานผักนะครับ ทานผักปลอดสารพิษได้ก็จะดีมาก
ข่าวคราวเกษตรกรขณะนี้ก็มีปัญหาเรื่องผลไม้ ลิ้นจี่ที่ลำปาง เชียงใหม่ ล้นตลาด ซึ่งเป็นเรื่องปกติเป็นประจำทุกปีที่สินค้าเกษตรจะล้นตลาด ปีนี้ ลิ้นจี่ ขาย 6 กก. 100 บาท ตกกิโลละ 16 บาท ก็มีเกษตรกร มาประท้องตามระเบียบ
ข่าวเศรษฐกิจโลกทั่วไปก็ยังไม่ดีขึ้น เรื่องเศรษฐกิจตกต่ำ ยังมีการปลดพนง.กันต่อเนื่อง เช่น american express,hp เป็นต้นล้วนเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งนั้น.....

Saturday, May 16, 2009

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 7 (90/2552) เรื่อง ฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย

+++ สวัสดีครับ +++วันนี้ย่างเข้าหน้าฝนมาแล้วระยะหนึ่งนะครับ ขอให้ดูแลสุขภาพกันให้ดี บางคนก็เริ่มไม่สบายกันแล้ว หลายคนเป็นหวัด ไอ จาม ถ้าอาการเริ่มไม่ดีก็อย่าลืม ไปพบคุณหมอกันนะครับ 2-3 วันมานี้ฝนตกหนักต่อเนื่อง ช่วงเช้าเรื่อยไปตลอดทั้งวัน คงเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่ปลูกต้นไม้ ไม่ว่าจะปลูกไม้ดอกไม้ประดับ หรือปลูกผักไว้ขายหรือรับประทานเอง ก็ดีนะครับ ว่าไม่ต้องรดน้ำ ต้นไม้สดชื่นไม่แห้งเหี่ยวเหมือนช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมา

ทีนี้เรามาดูกันว่า ฤดูฝนนี้เราจะสามารถปลูกผักอะไรไว้รับประทานกันได้บ้าง ผมหาข้อมูลมาดังนี้


  • ผักที่ควรปลูกในต้นฤดูฝน คือ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนกรกฎาคม ได้แก่ หอมแบ่ง ผักกาดเขียวกวางตุ้ง ผักบุ้ง คะน้า พริกต่าง ๆ มะเขือต่าง ๆ ผักกาดหอม บวบ มะระ ฟักเขียว แฟง แตงกวา ข้าวโพดหวาน ถั่วฝักยาว ถั่วพุ่ม น้ำเต้า ถั่วพู ผักบุ้งจีน กระเจี๊ยบเขียว

  • ผักที่ควรปลูกปลายฤดูฝน ผักใดที่ปลูกต้นฤดูฝนก็ปลูกได้ผลดี ในปลายฤดูฝน ยิ่งกว่านั้นยังปลูกผักฤดูหนาวได้อีกด้วย เช่น กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก กะหล่ำปม บร็อคโคลี่ ถั่วลันเตา หอมหัวใหญ่ แครอท แรดิช ผักชี ผักกาดเขียวปลี ผักกาดขาวปลี ผักกาดหอมห่อ ข้าวโพดหวาน แตงเทศ แตงโม พริกยักษ์ พริกหยวก ฟักทอง มะเขือเทศ ขึ้นฉ่าย

  • ผักที่ควรปลูกในฤดูร้อน ได้แก่ ผักที่ทนร้อนได้ดี และทนความ แห้งแล้งพอสมควร ถึงแม้ว่าผักเหล่านี้จะทนร้อนและความแห้งแล้งได้ แต่ถ้าจะปลูกในฤดูร้อนผักบางอย่างก็ต้องรดน้ำ เช้า-เย็น ต้องพรวนดิน แล้วคลุมด้วยฟางข้าวเพื่อรักษาความชุ่มชื้นไว้ให้พอ เช่น ข้าวโพดหวาน ข้าวโพดเทียน บวบ มะระ ถั่วฝักยาว ถั่วพุ่ม น้ำเต้า แฟง ฟักทอง ถั่วพู คะน้า ผักกาดเขียวกวางตุ้ง ผักกาดหอม ผักชี (ผักกาดหอม และผักชีนั้น ควรทำร่มรำไรให้ด้วย ) ผักกาดขาวเล็ก มะเขือมอญ ผักกาดเขียวใหญ่

  • ผักและพืชบางอย่างที่ควรปลูกไว้รับประทานตลอดปี ได้แก่ พืชที่ ทนทาน ปลูกครั้งเดียวรับประทานได้ตลอดปี เช่น สะระแหน่ ผักชีฝรั่ง หอมแบ่ง แมงลัก โหระพา กะเพรา ผักตำลึง ผักบุ้งไทย กระชาย ข่า ตะไคร้ บัวบก มะแว้ง มะเขือพวง พริกชี้ฟ้า พริกขี้หนู มะเขือต่าง ๆ ( กรมอาชีวศึกษา.2529: 3-4 )
เมื่อเทียบกับพยากรณ์อากาศ แล้ว จะเห็นได้ว่าใน 2 ข้อแรกคือผักต้อนฤดุฝนและปลายฤดูฝน ควรเป็นพืชล้มลุก เช่น หอม พริก ฟักทอง เป็นต้น แต่ถ้าไปเลือก ข้าวโพดมาปลูกในกระถางก็คงไม่ไหวนะครับ เรามีผักหลายชนิดเลยที่สามารถปลูกได้ แต่ต้องเลือกเอาที่เป็นผักกระถางนะ ลองเลือกที่ชอบทนมาปลูกดูนะครับ

ทีนี้เป็นสภาพอากาศที่เราควรติดตาม ถ้าเราเป็นนักการเกษตรหรือชอบปลูกต้นไม้สมัครเล่น หรือเป็นอาชีพ ข้อมูลนี้ควรรู้ไว้บ้างครับ ก็สามารถดูได้เลยจาก WEB กรมอุตุนิยมวิทยา ผมทำ link ไว้แล้วครับ

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 23:00 วันนี้ ถึง 23:00 วันพรุ่งนี้.

  1. ภาคเหนือ
    มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 80 ของพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ ตาก ลำปาง น่าน พิจิตร พิษณุโลกและเพชรบูรณ์ อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศา ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
    มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู ชัยภูมิ และนครราชสีมา อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศา ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


  2. ภาคกลาง
    มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ชัยนาท อุทัยธานี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี และพระนครศรีอยุธยา อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศา ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.


  3. ภาคตะวันออก
    มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดปราจีนบุรี นครนายก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศา ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร


  4. ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)
    มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร


  5. ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)
    มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร


  6. กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
    มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิสูงสุด 29-31 องศา ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา

Thursday, May 14, 2009

ฤดูฝน

อากาศเปลี่ยนแล้ว จากหน้าร้อนมาเป็นหน้าฝน ต้องดูแลสุขภาพกันดี ๆ นะครับ โดยเฉพาะช่วงนี้คนที่มีสุขภาพอ่อนแอ มักจะเป็นหวัดได้ง่าย ต้องดูแลตัวเองกันให้มาก ทานอาหารที่สะอาด ถูกหลักอนามัย ออกกำลังกายสมำเสมอ ผักผ่อนให้เพียงพอ ทนผักด้วยนะอย่าลืม ช่วงที่ผ่านมา มีข่าวเกี่ยวกับโรคระบาด ไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 ชื่อเท่ห์ เลยนะครับ ทำให้เราต้องติดตามข่าวสารความคืบหน้าอยูตลอดเวลาว่าจะมีผลต่อเราไหม ถ้าเราซื้อหมูในบ้านเรามารับประทาน จะเป็นอันตรายไหม เป็นต้น จะเห็นได้ว่า โรคต่าง ๆมีการพัฒนา และมีโรคใหม่ ๆ เกิดขึ้น ไม่ว่า ทั้งคน หรือพืช นันละครับ เพราะมีการพัฒนา สารเคมีใหม่ ฮอร์โมนใหม่ มาใช้กับพืชและสัตว์ ทำให้ เงื่อนไขปัจจัยต่าง ๆ ที่เคยมีอยู่ในสภาวะแวดล้อมปกติเปลี่ยนไป โรคต่าง ๆ ก็น่าจะมาจากสาเหตุนี้ เราจึงต้องหมั่นตรวจสอบข่าวสาร ต่าง ๆ อยู่เสมอนะครับ
ขอเล่าเรื่อง ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ เล็กน้อยนะครับ เชื้อ H1N1 เป็นเชื้อไวรัสตัวใหม่ ที่ไม่เคยมีมาก่อน ทางการแพทย์ระบุว่า มีการติดต่อจากหมู สู่คน แต่ยังไม่มีการรายงานว่า มีการติตด่อจาคนสู่คนด้วยหรือไม่ จากเดิมเชื้อที่ติดต่อขากสัตว์ปีก เช่นไก่ นก ที่ผ่านมาเป็น H5N1 ซึ่งก็ไม่ติดต่อจากคนสู่คนเหมือนกัน แต่กันไว้ดีกว่า นะครับ ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่ควรเสี่ยงที่จะไปสัมผัส นกไก่ หรือมูลนก เป็นต้น เราคงไม่อยากเป็น คนป่วยรายแรกอันดับต้น ๆและเป็นข่าวดังไปทั่วโลกนะครับ
ขอให้ดูแลตัวเองกันด้วยนะครับ และเราจะได้มาปลูกผักเพื่อสุขภาพของเรากันต่อ
admin

Saturday, May 9, 2009

Update ฟักทองกระถาง




ผ่านไปหลายวันก็โตมากแล้ว แต่ยังไม่ถึงขนาดออกดอกรออีกหน่อย แมลงช่วงนี้ไม่มีให้เห็นมารบกวนเลย เพราะเป็นช่วงย่างเข้าหน้าฝน แต่ถ้าเป็นหน้าร้อน แมลงรบกวนจะมีมาก เป็นพวกเพลี้ยแป้ง ตัวเล็ก ๆ ขาว ๆ
ตอนนี้รดน้ำบ่อย ถ้าช่วงไหนไม่อยู่ห้อง ก็ใช้สายยางปล่อยน้ำหยดเอา ไม่ทำให้ผักแห้งเฉาตาย แสงแดดหลังห้องจะมีตอนเช้าถึงเที่ยง เพราะอยู่ทางทิศตะวันออก ช่วงบ่ายแดดจะไม่ส่องมามาก แสงก็พอเหมาะ ช่วงต่อไปจากนี้ ถ้าต้นฟัก โตขึ้นมันจะเริ่มเลื้อย ต้องหาอะไรมาให้เกาะ ไม่เช่นนั้นจะเลื้อยตามพื้นหลังห้อง

Wednesday, May 6, 2009

การปลูกและดูแลรักษาผักกระถาง

อัตราส่วนของวัสดุปลูก

ดินร่วน 0.5-1 ส่วน
ปุ๋ยหมัก/ปุ๋ยคอกที่สลายตัวแล้ว 1 ส่วน
ขุยมะพร้าว 1 ส่วน
แกลบเผา 0.5 ส่วน
คลุกเคล้าให้เข้ากัน
วิธีการปลูก
1. นำดินผสมใส่ภาชนะที่เตรียมไว้
2. ขุดหลุมหรือเจาะหลุมปลูก และย้ายต้นกล้าที่เตรียมไว้ หากเป็นพืชเถาเลื้อยก่อนใส่ดินให้ใส่หลักหรือตะแกรงลวดม้วนกลม สำหรับให้พืชยึดเกาะ
3. จำนวนต้นกล้าต่อกระถางขึ้นอยู่กับชนิดพืชและขนาดกระถาง เช่น พริกประดับต้นเตี้ย ใช้กระถางขนาด 4-6 นิ้ว ปลูกกระถางละ 3-4 ต้น พริกขี้หนู/พริกชี้ฟ้า/มะเขือเปราะ ใช้กระถางขนาด 10-12 นิ้ว ปลูกกระถางละ 1 ต้น
4. สถานที่ตั้งกระถาง ขึ้นอยู่กับชนิดพืชและฤดูกาล เพราะพืชบางชนิดต้องการแสงมากน้อยไม่เท่ากัน

การปลูกและดูแลรักษาผักกระถาง

การปลูกต้นไม้ในกระถางส่วนใหญ่เป็นการปลูกไม้ดอกและไม้ประดับ จุดประสงค์เพื่อตกแต่งอาคารให้สวยงาม แต่ในปัจจุบันคนส่วนมากหันมานิยมปลูกผักในกระถางมากขึ้น โดยเน้นเรื่องสุขภาพ ความปลอดภัย และให้ความสวยงาม ภาชนะที่ใช้ปลูกนอกจากใช้กระถางแบบต่างๆแล้ว ยังสามารถดัดแปลงใช้ภาชนะอื่นๆได้อีกด้วย เช่น เข่งใส่ผัก เป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัสดุที่มีอยู่ หาง่าย และประหยัดต้นทุน
คุณสมบัติของวัสดุปลูกที่ดี

1. ค้ำจุนส่วนของพืชให้ตั้งตรงอยู่ได้
2. น้ำหนักเบา
3. มีความสามารถในการอุ้มน้ำดี
4. มีความพรุน อากาศถ่ายเทได้สะดวก
5. ระบายน้ำดี
6. มีธาตุอาหารเพียงพอกับความต้องการของพืช
7. ปราศจากโรคและแมลง
8. เป็นวัสดุที่หาง่ายในท้องถิ่น

Tuesday, May 5, 2009

ตอนนี้โตขึ้นแยอะเลย ผักกระถาง

ผ่านไปเกือบ 2 อาทิตย์ฟักทองก็เริ่มแตกกิ่งก้านออกมาเรื่อย ๆ ปลูกในกระถางเดียวกัน 7 ต้น เริ่มเลื้อย แล้ว และเมื่อวานได้ปลูกมะเขือเปราะไปอีก 3 กระถาง แต่ยังไม่งอก รอดูต่อไป
เมื่อวันอาทิตย์ไปดูหนังสือที่ร้อนซีเอ็ด มีหนังสือเกี่ยวกับการปลูกผักที่ดาดฟ้าตึก เขาทำดาดฟ้าให้เป็นแปลงผัก โดยทำที่กั้นเอาไม้ตีเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็นเหมือนแนวแปลงผักทั่วไป แล้วเอาดินใส่ลงไป ปลูกได้เหมือนแปลงผักปกติเลย มีคะน้า ผักบุ้ง ฯลฯ และมีเรื่องการปลูกผักในกระถางด้วย ทำให้รู้ว่า แนวคิดที่ผมคิด ก็ตรงกับแนวคิดคนอื่นด้วย โดยที่ผมไม่ได้ไปลอกจากใครหรือเคยอ่านเรื่องแนวนี้ แต่เมื่อมีคนคิดเรื่องผักกระถางเหมือนเราก็ดีใจว่า จะได้มีคนที่มีแนวคิดเดียวกัน และจะได้มีข้อมูลช่วยกันพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปอีกวันหลังจะเอาชื่อหนังสือมาบอก

Monday, April 27, 2009

โตเร็วมาก

ฟักทองกระถางที่ปลูกไว้ โตแล้ว แค่ไม่กี่วันเอง ปลูกไป 15 เมล็ด โตเป็นต้น 7 ต้น ที่เหลือไม่งอก อัตราการงอกประมาณ 50 % ไม่ค่อยดีมากเท่าไรถ้าจะดีต้อง 80% ขึ้นไป เมื่อวานฝนตกหนักมาก ทำให้ไม่ต้องรดน้ำโดยปริยาย การทำน้ำหยดแบบกาลักน้ำทำให้สะดวกไม่ต้องกังวลว่าผักจะแห้งตาย กำลังคิดว่าพื้นที่น้อย ๆ หลังห้อง ต่อไปถ้าฟักทองโตมากขึ้นจะเอาอะไรให้ต้นมันเกาะเพราะมันจะเลื้อยไปเรื่อย ๆ ในการปลูกแบบธรรมชาติที่ดินกว้างๆต้องมี สำไม้ไผ่ ปักไว้เป็นที่เกาะยึด หรือไม่ก็ปล่อยให้มันเลื้อยแผ่ไปปตามพื้นดิน ตามธรรมชาติ